REVIEW : The Tokyo Station Hotel โรงแรมในสถานีโตเกียว

0
11,685 views

REVIEW : The Tokyo Station Hotel โรงแรมในสถานีโตเกียว


★ สอบถาม&พูดคุยกับแอดฯหมีทั้ง2ได้ที่ ★

 FACEBOOK : เที่ยวญี่ปุ่นไปกับ-Choco-Mocha

เรียกว่าเป็นโรงแรมที่ใกล้สถานีที่สุดเท่าที่แอดหมีเคยพักมาเลย เพราะ The Tokyo Station Hotel ตั้งอยู่ในสถานี Tokyo ตามชื่อเลยค่ะ โดยด้านหน้าติดกับ Metro ด้านหลังคือสถานี JR

เหตุผลที่เลือก

เนื่องจากทริปนี้แอดหมีไปกับคุณป้า ซึ่งเป็นผู้สูงอายุแล้วประมาณนึง จึงตั้งใจว่าจะพักโรงแรมที่จุดหมายสุดท้ายให้สบายที่สุด เป็นการผ่อนคลายจากทริปยาวๆก่อนกลับบ้าน ^^

ภาพรวม

“บริเวณ Lobbyเคาน์เตอร์เซ็คอินอยู่ทางซ้ายด้านใน”

The Tokyo Station Hotel เป็นโรงแรมขนาดเล็ก มีเพียงแค่ 4 ชั้นเท่านั้น ทางโรงแรมได้รับฉายาว่าเป็น Small Luxury Hotel หรือโรงแรมหรูขนาดเล็กนั่นเองค่ะ

แต่ถึงจะเล็กแบบนี้บอกเลยว่าแอดหมีหลงในโรงแรมมาแล้ว!! เดินวนไป มองแผนที่ไป หาลิฟต์กันจนมึน เดินไปเดินมาไปเจอพี่คนไทยอีกคน เลยช่วยกันหาทางจนเจอ ^^


Check-in

เวลาเช็คอินของที่นี่คือ 15:00 น. เหมือนๆโรงแรมที่อื่นส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น แต่แอดหมีไปถึงก่อน ประมาณ 10:00 น. ฝากกระเป๋าเสร็จก็ออกมาเที่ยวก่อนค่ะ

หลังจากกลับมาจากเที่ยวแล้วก็ไปเช็คอินอย่างเป็นทางการให้เรียบร้อย ได้รับคีย์การ์ดมา 2 ใบ และ คูปองอาหารเช้าที่ใส่มาในซองค่ะ


★ อัพเดทข่าวสารเที่ยวญี่ปุ่นใหม่ๆกันได้ที่ ★

 FACEBOOK : เที่ยวญี่ปุ่นไปกับ-Choco-Mocha

ห้องพัก

แอดหมีพักห้อง Palace Side Twin ซึ่งเป็นห้องเตียงคู่ที่อยู่ด้านที่หันไปทางพระราชวัง Imperial (แต่ไม่ได้เห็นพระราชวังนะคะ ตึกบังหมด ได้วิวตึกสูงแทน 55) อยู่บนชั้น 3 ของโรงแรม ได้เป็นห้องมุม

ห้องพักจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆด้วยกัน คือ ตู้เสื้อผ้า หรือจะเรียกว่า walk-in closet ก็น่าจะได้ ห้องน้ำ และห้องนอนค่ะ และมีส่วนเล็กคือเหมือนเป็นทางเดินเล็กๆเชื่อมต่อทั้ง 3 ส่วนนี้ไว้ด้วยกัน

หลังจากเข้าห้องมาทางขวาจะเป็นห้องนอน ประทับใจสุดๆคืออากาศภายในห้อง แอดหมีไปตอนปีใหม่ อากาศข้างนอกหนาวมากๆ ในโรงแรมอื่นที่พักมาในห้องก็จะอุ่นๆเพราะเปิดฮีทเตอร์ (หมีจะอึดอัดกับห้องที่เปิดฮีทเตอร์เป็นเวลานาน) แต่ที่นี่เย็นสบายค่ะ ไม่หนาว ไม่ร้อน ไม่อึดอัด

อุณหภูมิที่โรงแรมตั้งไว้คือ 24.5 องศา แต่หมีแอบไปลดให้เหลือ 24 ค่ะ คือแอร์สามารถปรับได้แค่อุณภูมิ และความแรงของลมเท่านั้น

โต๊ะหัวเตียง มีไฟอ่านหนังสือแยกเหมือนบนเครื่องบิน มีการ์ดสีเขียวเอาไว้ให้เราวางบนเตียงหากไม่ต้องการให้แม่บ้านเปลี่ยนเครื่องนอน

ตรงตัวนาฬิกา นอกจากจะบอกเวลา&ปลุกแล้ว ยังเป็นตัวควบคุมไฟในห้อง ทั้งไฟแพดาน ไฟบนพื้น (อันนี้หมีจะเปิดทิ้งไว้หลังจากปิดไฟหลัก เพื่อให้เห็นทางเดินไปเข้าห้องน้ำ) และยังใช้เปิดปิดสัญญาณ Do not disturb ได้ด้วยค่ะ (ไม่ต้องแขวนป้ายเอง ^^)

ในส่วนของในลิ้นชัก ชั้นแรกจะมีชุดนอน(เป็นแบบเสื้อตัวยาว ติดกระดุมหน้า) กับไฟฉาย และชั้นสุดท้ายเป็นตู้เซฟค่ะ

โทรศัพท์ก็ใช้ง่ายมากๆไม่ต้องกดเบอร์ให้ยุ่งยาก ใช่ปุ่มล่าง 5 ปุ่ม ที่มีคำอธิบายทั้งภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น แถมยังมีเป็นรูปด้วย ก็สามารถติดต่อกับแผนกหลักๆของโรงแรมได้ทั้งหมดเลย

ที่โต๊ะหนังสือก็จะมีแผ่นพับแนะนำโรงแรม อุปกรณ์เครื่องเขียน สำหรับใครติดใจปากกาเค้าเหมือนป้าแอดหมี โรงแรมมีขายค่ะ

ในลิ้นชักมีกระจก แฟ้ม และสายLAN ค่ะ เป้าหมายของเราคือแฟ้มใต้กระจกพับ หยิบออกมากางเลย

ในช่องกลางของแฟ้มจะมีโปสการ์ด ที่ขั้นหนังสือ และสติกเกอร์ค่ะ เพื่อนๆสามารถเอากลับบ้านไปเป็นที่ระลึกได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หรือถ้าอยากได้ไปฝากใครเพิ่ม ทางโรงแรมมีจำหน่าย(อีกแล้ว)

มาถึงทางซ้ายมือกันบ้าง ตรงนี้จะเป็นตู้เสื้อผ้า และมีร่ม และสลิปเปอร์วางไว้ให้ เจ้าหน้าที่จะนำกระเป๋าเดินทางของเรามาเก็บไว้ที่นี่ ส่วนกระเป๋าใบเล็กจะถูกวางไว้ในห้องนอน

ตรงกลางพอเปิดประตูห้องเข้ามาก็จะมี mini bar ค่ะ ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มคือ ชา กาแฟ(เป็นแบบดริปด้วยนะคะ) และน้ำเปล่าที่มีให้วันละ 2 ขวด

มาถึงตรงกลางนั่นก็คือห้องน้ำ แบ่งเป็นสามส่วน จากซ้ายคือห้องอาบน้ำ อ่างล้างหน้า และห้องทำธุระส่วนตัว ไปดูทีละส่วนกันค่ะ

ห้องอาบน้ำนอกจากจะมีเท่าที่เห็นในภาพแล้ว ด้านบนที่ถ่ายมาไม่ติดยังมี rain shower ด้วย สวิตช์ที่อยู่ตรงอ่างอาบน้ำเอาไว้ควบคุมความสว่างของไฟในห้องได้ค่ะ

สุขภัณฑ์เค้าเป็นระบบเซ็นเซอร์ ฝานั่งจะเปิด-ปิด และชักโครกจะทำงานอัตโนมัติค่ะ ปุ่มกดควบคุมจะอยู่ที่พนังด้านบนทิชชู่

ขนาดทิชชู่ยังประทับชื่อย่อโรงแรม

สบู่เหลว แชมพู ครีมนวด โลชั่น และสบู่ล้างมือทางโรงแรมใช้ของแบรนด์ Gilchrist & Soames  นอกจากนั้นยังมี แปรงสีฟัน ยาสีฟัน มีดโดน เจลที่ใช้หลังโกน ใยขัดตัว แปรงผม หมวกอาบน้ำ ที่คาดผม คอตตอนบัดและสำลีค่ะ

สบู่ล้างมือ แก้วน้ำสำหรับแปรงฟัน และสาวๆจะต้องถูกใจแน่ๆเพราะมีกระจกซูมแบบปรับระดับความสว่างได้ด้วย

ที่ด้านล่างจะมีเครื่องชั่งน้ำหนัก (ซึ่งเข็มไม่ตรงค่ะ ต้องปรับเอง 55) ส่วนไดร์เป่าผมอยู่ในกล่องตรงกลางตามภาพล่างขวา

หันหลังกลับไปปิดประตูห้องน้ำก็จะเจอเสื้อคลุมแขวนอยู่ค่ะ

วิวจากหน้าต่างห้องแอดหมี อยู่ตรงข้ามห้าง KITTE


บุฟเฟ่ต์อาหารเช้า

ห้องอาหารตั้งอยู่ที่ The Atrium ชั้น 4 สำหรับที่นี่ แขกที่พักเท่านั้นถึงจะสามารถใช้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าได้ ไม่มีการเปิดให้บุคคลภายนอกจ่ายเงินเพื่อเข้ามาทานได้ค่ะ

บรรยากาศโดยรวมของห้องอาหาร

อาหารจะมีทั้งแบบญี่ปุ่น และแบบตะวันตกค่ะ ไลน์เติมตลอดเวลาแม้ใกล้จะหมดเวลาแล้วก็ตาม ต่อไปจะขอลงรูปรัวๆให้เพื่อนๆได้ดูกันว่ามีอะไรบ้าง

อาหารที่แอดหมีตักมาบางส่วน

Eggs Benedict ทำสดๆฝีมือ Chef ประจำ Egg Station ค่ะ

อาหารเช้าแบบญี่ปุ่นที่เลือกตักมาค่ะ


บรรยากาศโดยรอบ

ทางเข้าโรงแรมจากในสถานี Tokyo

จุดนั่งพักตามทางเดินแบบนี้มีหลายที่พอสมควร อันนี้อยู่เยื้องๆห้องพอดีค่ะ

วิวจากหน้าต่างจุดพัก จะเป็นวิวเดียวกับห้อง Dome Side คือเป็นวิวด้านในสถานี


การฝากกระเป๋าหลัง Check-out

เวลา Check-out คือเที่ยงตรง (12:00 น.) สามารถฝากกระเป๋าได้ เมื่อฝากแล้วเราจะได้ใบนี้มาจาก Bellboy ค่ะ (แอดโทรเรียกเค้าขึ้นมาค่ะ ส่วนใครไม่อยากโทร จะลงไป check-out เลยก็ได้ ทิ้งกระเป๋าไว้ในห้องเลย พอเราลงไปทำการ Check-out จะมี Bellboy ด้านล่างพุ่งเข้ามาถามว่าจะให้ไปขนกระเป๋าเลยมั้ยทันที)


สรุป

จำนวนคืน: 2 คืน

ค่าใช้จ่าย: 130,710 เยน (ห้อง+อาหารเช้า) 

ข้อดี: บริการ อาหาร และห้อง ดีมากๆค่ะ ประทับใจสุดๆ โลเคชั่นก็ดี

ข้อเสีย: มีอย่างเดียวคือ wi-fi แย่มาก สัญญาณอ่อนมากๆค่ะ หรือถึงจะต่อติดแต่ก็เล่นไม่ได้

ที่ตั้งของโรงแรม

  • สถานี Tokyo (JR) ทางออก Marunouchi South (ใกล้ที่สุด) หรือ Central
  • สถานี Tokyo (Metro) ทางเชื่อมใต้ดิน

★พูดคุยกับแอดฯหมีทั้ง 2 ได้ที่★

 FACEBOOK : เที่ยวญี่ปุ่นไปกับ-Choco-Mocha

มนุษย์เงินเดือนเก็บตังค์เที่ยวด้วยตัวเอง \(^^)/


Comments

comments