ประสบการณ์นอนโรงแรมสุดหลอน เมื่อรอ Transfer ที่ฮานอย จากโตเกียว !

0
1,899 views
  • 97
    Shares

ขอบอกก่อน อันนี้เป็นประสบการณ์ เมื่อรอ Transfer ที่ฮานอย จากโตเกียวเพื่อจะกลับไทย !
แอดยังสยองไม่หายกับประสบการณ์อันน่าสยดสยองที่ไปนอนพักโรงแรมโคตรโกล้สนามบิน Noi bai เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม

หลังจากที่คนไทยเริ่มนิยมเดินทางกับ Vietnam airline แอดตัดสินใจมาเล่าสู่กันฟังโดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่แอดได้เดินทางกับสายการบินนี้ และอย่างที่เพื่อนๆรู้กัน คือ จาก Bangkok ไป Tokyo ไม่ว่าจะเป็นขาไป หรือ ขากลับ เราก็จะต้องไป Transfer ที่ เวียดนาม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า เราจะได้ไปแวะพักที่เมืองไหน 

ครั้งนี้ทั้งขาไป-กลับ แอดได้แวะที่ ฮานอย หรือ Noi Bai International Airport ซึ่งขาไปจาก Bangkok ก็ปกติดี แวะพักประมาณ 2-3 ชม. พอให้เราได้ออกไปหาอะไรทานเล่นได้ตามสบาย แต่ทว่า ขากลับ ดันต้องรอนานกว่าปกติ คือ ลงเครื่อง 4 ทุ่ม ต้องรอ ถึง 6 โมงเช้าเพื่อขึ้นเครื่อง (เพราะราคาประหยัดเลยเลือกมา ไม่น่าเลย TT)

แอดเลยได้กดจองโรงแรมใกล้สนามบิน ที่มีชื่อว่า … Noi Bai Hotel

โดยได้ดูรูปประกอบและอ่านรีวิวคร่าวๆ พอประมาณ โดยรูปนั่นก็ดูดีแบบธรรมดามากๆ ถือว่านอนแบบแปปๆเดี๋ยวเราก็ไป  มาดูกันค่ะ นี่คือรูปที่อยู่ในเว็บจองค่ะ พอใช้ได้ใช่มั้ยคะ ดูแล้วก็เออ !! ดูดี นอนแปปๆเดี๋ยวก็เช้าแล้ว

แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ตั้งแต่ตอนลงจากเครื่องมาเราก็รีบเดินออกจากสนามบินไปโรงแรม โดยคิดว่าแถวๆโรงแรมต้องมีของกินแน่นอน แต่แท้จริงแล้วไม่มีเลย ไม่มีจริงๆ น้ำซักขวดยังไม่มี ร้านสะดวกซื้อที่ไม่เห็นเลย

โดยทางเดินจากสนามบินไปโรงแรมนี้อารมณ์นี้ค่ะดูจากบรรยากาศเหมือนดูหนังผีอยู่ มีความอ้างว้างปลาวเปลี่ยวมากๆ
มีหมอกจากโรงงานข้างๆมาทำให้อารมณ์พีคมากขึ้นไปอีก ถ้าเดินคนเดียวไม่แนะนำมากๆ

เพราะไกลเกือบกิโล // ไหนโรงแรมบอกใกล้มาก เดิน 7 นาทีก็ถึง

แต่เราเดินแบบไม่หยุดเลยนะ 20 นาที แถมข้ามถนนโคตรยากเพราะเป็นถนน 4 เลน

มีเกาะกลางแบบนิดเดียว รถไม่เบรคให้เลย แถมบีบแตรใส่เรารัวๆจนเราตกใจ

แต่ก็พอรู้มาบ้างว่าที่นี่เป็นแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าจะแย่ขนาดนี้


หลังจากที่เราเดินมาถึงโรงแรมก็ต้อง Shock หนักกว่าเดิม เพราะพนักงานต้อนรับ หลับอยู่จ้า แถมไม่รู้ด้วยว่าเราจองมา จนเราต้องยื่นเอกสารให้ เค้าก็งงๆโวยวายๆกับพนักงานอีกคน

สุดท้ายแล้วเราก็ได้ห้องมา 2 ห้องตามที่จองไว้
แอดต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเลย เพราะวินาทีนั่น ทั้งอึ้ง สยอง กลัวมากๆ
จนรีบๆข่มตานอนอยากให้เช้าไวๆ เพราะเสียเงินมาแล้ว
แถมถ้าให้เดินกลับไปสนามบินอีกก็กลัวไม่มีที่นอนอีก

แอดขอยืมรูปจาก tripadvisor เพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่าในโรงแรมมี 5 ชั้นค่ะ ไม่มี LIft หรือ บันไดเลื่อน เดินเอาค่ะ ขึ้นบันไดมาเหมือนหอพัก
เข้ามาในห้องจะเจอห้องน้ำก่อน ซึ่งห้องน้ำโคตรน่ากลัว และไม่ได้เป็นที่ห้องแอดห้องเดียวนะคะ

ไม่ว่าจะห้องอีกห้องที่จองไว้ หรือห้องที่เราเดินผ่านแล้วเห็น มันก็เป็นแบบนี้ค่ะนึกสภาพไฟมืดๆสีเหลืองสลัวๆ กับสิ่งที่แอดเจอคือ
– ซองแชมพูแบบแกะใช้แล้ว เหลือซากกองเอาไว้หน้ากระจก+แปรงสีฟันที่ใช้แล้วดำๆตั้งอยู่
– ชักโครกที่ดำๆ กดน้ำไม่ลง + สายชำระหัวฉีดตะไคร่ดำๆขึ้น สยองง
– ไฟห้องน้ำดับๆติดๆ เป็นไฟสีเหลือง สลัวๆ 

สรุป แอดไม่ได้อาบน้ำจ้า ! ล้างหน้าแปรงฟัน นอน …..

กลับมาที่เตียงนอนและของใช้ 

 ในห้องไม่มีอะไรเลย น้ำดื่มไม่มี
แอร์เปิดไม่ได้
เพราะถ่ายรีโมทหมด คนดูแลก็หัวเราะแล้วบอกทำอะไรไม่ได้
เตียงไม่มีฟูกนะจ๊ะที่เห็นในภาพว่าเหมือนจะมี แต่มันไม่มี นอนแข็งๆไปค่ะ
TV ไม่มีรีโมท มีสายไฟ แต่ไม่มีปลั๊ก

อย่าได้ถามถึงพนักงานดูแล เดินลงไปก็หายไปแล้ว ….. คงไปนอน ZZzz

ในคืนนั่นแอดได้เอาเสื้อโค้ทที่ใส่กลับมาจากญี่ปุ่นมารองแทนหมอนนอนค่ะ

กราบขอบคุณเสื้อโค้ทตัวนั่นมาก

แอดขอเตือนสำหรับเพื่อนๆที่ไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่เวียดนามว่า เลือกโรงแรมดีๆพักเถอะ
อย่างกกับเรื่องแบบนี้ มันเหนื่อยและไม่สนุกมากๆ 

แอดรีบออกจากโรงแรมมาตั้งแต่เช้า เพื่อไปกินไก่ทอดที่สนามบิน ร้านนี้อร่อยอยู่นะ
เพื่อนๆไปลองทานได้ ร้านชื่อว่า POPEYE 

 

ประสบการณ์ครั้งนี้สอนว่า 

 – อย่าเชื่อรูปในเว็บจองโรงแรมและถึงแม้มีรีวิวดี ก็อย่าพึ่งปักใจเชื่อ
– ไปเวียดนามเราควรมีสกิลในการเอาตัวรอด
– Google translate ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ลองแล้วทุกภาษา
– หากมีเงินให้ซื้อความสบายไว้ก่อนเถอะ
– Taxi ไม่จำเป็นอย่าขึ้น หรือแม้แต่ Uber Grab ก็ไม่โอเค (อันนี้คือที่เจอนะ แต่คนอื่นอาจจะดีก็ได้) นี่ลองมาแล้ว เรียกทั้งเงินเพิ่มและพูดจาไม่โอเค
– Sim ที่เวียดนาม ราคาแพงพอควร แถมเอาซิมเก่ามาหลอกขายเราอีก เสียเงินไปหลายเหรียญใช้ไม่ได้ สุดท้ายก็ทิ้งไป โกรธมาก

คนอื่นๆที่เคยไปพักอาจจะรู้สึกเฉยๆ หรือ ห้องพักอื่นๆอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้
แต่ที่แอดมาแชร์เพราะอยากให้เพื่อนๆได้รับแต่ประสบการณ์ดีๆ เรื่องสนุกๆ
ไม่อยากให้ต้องมาเจออะไรแบบนี้ ซึ่งมันแย่มาก 



แอดขอจบประสบการณ์สยองขวัญที่ได้รับแต่เพียงเท่านี้

ด้วยรักและห่วงใย จากแอด 🙂

Comments

comments